สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จับมือ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี สร้างเครื่องเคลือบกระจกกล้องโทรทรรศน์ฝีมือคนไทย รองรับโครงการหมู่กล้องโทรทรรศน์รังสีเชเรนคอฟ โครงการความร่วมมือด้านดาราศาสตร์ระดับโลก หวังใช้งานวิจัยดาราศาสตร์ระดับแนวหน้าพัฒนาเทคโนโลยี พัฒนาคน มั่นใจศักยภาพคนไทยจะสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ในอนาคต
ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานและสักขีพยานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาระบบเคลือบกระจกสำหรับโครงการหมู่กล้องโทรทรรศน์รังสีเชเรนคอฟ (Cherenkov Telescope Array หรือ CTA) มีผู้แทน 4 สถาบัน ได้แก่ ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ศาสตราจารย์ นาวาอากาศโท ดร.สราวุฒิ สุจิตจร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัยพร ภู่ประเสริฐ รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรองศาสตราจารย์ ดร.อนันต์ ทองระอา รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ร่วมลงนาม รวมทั้งได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ เลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามดังกล่าว ณ ห้องโถง ชั้น ๑ อาคารพระจอมเกล้า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ เลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการความร่วมมือพัฒนาระบบเคลือบกระจกสำหรับโครงการหมู่กล้องโทรทรรศน์รังสีเชเรนคอฟของประเทศไทย เป็นผลจากการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสถาบันเดซี ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2554 ด้วยทรงทราบว่า นอกเหนือจากงานวิจัยด้านซินโครตรอนแล้ว สถาบันเดซียังมีงานวิจัยด้านดาราศาสตร์ด้วย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ ประสานกับสดร. เจรจาความร่วมมือระหว่างสองสถาบัน นำไปสู่การลงนามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสถาบันเดซีและสดร. ด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์ และเสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือดังกล่าว เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 ณ เมืองฮัมบูร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี จากนั้นสถาบันเดซี ได้เสนอให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกโครงการหมู่กล้องโทรทรรศน์รังสีเชเรนคอฟ โครงการวิทยาศาสตร์ระดับโลกที่จะสนับสนุนให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ค้นหาคำตอบของจักรวาลจากการค้นพบทางฟิสิกส์อนุภาคที่ยิ่งใหญ่ บุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ของไทย อาทิ นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และช่างเทคนิค จะมีโอกาสทำงานร่วมกับนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรระดับโลก นำไปสู่การสร้างและพัฒนากำลังคนขั้นสูงด้านวิทยาศาสตร์ ด้วยโจทย์ที่ท้าทายที่สุดในจักรวาล ในอนาคตอาจกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง หรือเป็นวิศวกรสร้างสิ่งประดิษฐ์ระดับโลก ผู้จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป
ด้าน ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า การศึกษาวิจัยดาราศาสตร์ถือเป็นวิทยาศาสตร์ชั้นแนวหน้า ที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีและอุปกรณ์เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูง จึงจำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงและบุคลากรหลาย ๆ ด้านมารองรับ การออกแบบพัฒนาระบบและสร้างเครื่องเคลือบกระจกฝีมือคนไทย สำหรับใช้ในโครงการหมู่กล้องโทรทรรศน์รังสีเชเรนคอฟ เป็นตัวอย่างหนึ่งที่มีผลมาจากการพัฒนาองค์ความรู้และความสามารถของบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่ตอบสนองความต้องการศึกษาวิจัยชั้นแนวหน้า และยังชี้ให้เห็นถึงศักยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง ที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาความรู้ความสามารถของคนไทยให้เก่งขึ้น นอกจากนี้ ผลงานวิจัย สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ และทรัพย์สินทางปัญญา ที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และสามารถต่อยอดไปสู่ภาคการผลิตอุตสาหกรรมได้อีกด้วย
ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากภารกิจการค้นคว้าวิจัยองค์ความรู้ทางดาราศาสตร์ การถ่ายทอดองค์ความรู้ทางดาราศาสตร์สู่ประชาชนแล้ว สดร. ยังให้ความสำคัญในการออกแบบและสร้างอุปกรณ์เครื่องมือสำหรับการวิจัยทางดาราศาสตร์ และมุ่งใช้ดาราศาสตร์มาเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี พัฒนาคน เพื่อยกระดับงานวิจัยและวิศวกรรม ให้สามารถเป็นผู้ออกแบบและสร้างอุปกรณ์ทางดาราศาสตร์ระดับสูงด้วยตัวเอง ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ความรู้ความเชี่ยวชาญที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะงานด้านดาราศาสตร์เท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปต่อยอดประยุกต์ในสาขาอื่น ๆ ได้อีกด้วย
สำหรับบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาระบบเคลือบกระจกสำหรับโครงการหมู่กล้องโทรทรรศน์รังสีเชเรนคอฟ ทั้ง 4 หน่วยงานจะร่วมดำเนินการออกแบบพัฒนาระบบ และผลิตเครื่องเคลือบกระจกกล้องโทรทรรศน์ในโครงการ จำนวน 6,000 บาน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางบานละ 1.2 เมตร มีประสิทธิภาพในการเพิ่มอัตราการสะท้อนแสง สามารถควบคุมความหนาของฟิล์มบางได้ในระดับนาโนเมตร ซึ่งกล้องโทรทรรศน์รังสีเชเรนคอฟในโครงการ CTA ต้องการความยาวคลื่นในการสะท้อนแสงช่วง 350-500 นาโนเมตร และสามารถเคลือบฟิล์มซิลิกอนไดออกไซด์ เพื่อยืดอายุการใช้งานกระจก ซึ่งอาจถูกกัดกร่อนจากสภาพแวดล้อม เช่น ฝุ่น ลม พายุทะเลทราย ความชื้น เป็นต้น หากแล้วเสร็จจะนำไปติดตั้ง ณ โครงการก่อสร้างหมู่กล้องโทรทรรศน์รังสีเชอเรนคอฟ ประเทศชิลี
โครงการหมู่กล้องโทรทรรศน์รังสีเชเรนคอฟ เป็นโครงการตรวจวัดรังสีแกมมาพลังงานสูงจากแหล่งกำเนิดพลังงานนอกโลก พลังงานระดับดังกล่าวไม่สามารถสร้างขึ้นจากเครื่องเร่งอนุภาคบนโลก นักดาราศาสตร์จึงวางแผนสร้างกล้องโทรทรรศน์รังสีเชเรนคอฟเพื่อตรวจจับรังสีแกมมาพลังงานสูงที่เดินทางมายังโลก โครงการ CTA นี้ เป็นความร่วมมือจาก 212 สถาบัน ใน 32 ประเทศทั่วโลก ดำเนินการสร้างหอดูดาวหมู่กล้องโทรทรรศน์รังสีเซเรนคอฟ 2 แห่ง ณ เกาะลาปาลมา ประเทศสเปน 19 กล้อง และบริเวณทะเลทราย ใกล้หอดูดาวปารานัล ประเทศชิลี 99 กล้อง เพื่อให้ครอบคลุมทั้งซีกฟ้าเหนือและใต้ ภายใต้งบประมาณ 16,000 ล้านบาท ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการแล้ว ณ เกาะลาปาลมา ประเทศสเปน คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดประมาณปี พ.ศ. 2568 โครงการหมู่กล้องโทรทรรศน์รังสีเชเรนคอฟ จะเป็นหอสังเกตการณ์ใหม่ของโลก ที่จะเปิดประตูสู่การค้นหาธรรมชาติของแหล่งกำเนิดรังสีระดับพลังงานสูงในจักรวาล อาทิ หลุมดำ ซูเปอร์โนวา หรือความลับทางฟิสิกส์ที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก และอาจเป็นกุญแจสู่การค้นพบที่สำคัญที่สุดของมนุษยชาติในชั่วชีวิตของเรา