IMG 9706

สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) จัดกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์ ซินโครตรอนอาเซียน ครั้งที่ 7 (The 7th ASEAN Synchrotron Science Camp) ระหว่างวันที่ 27 – 30 พฤศจิกายน 2561 ณ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน จ.นครราชสีมา โดยมี ศาสตราจารย์ นาวาอากาศโท ดร.สราวุฒิ สุจิตจร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน เป็นประธานในการเปิดงาน ในโอกาสเดียวกันนี้ ซินโครตรอนได้รับเกียรติจาก คุณ Nicola Willey ผู้อำนวยการด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถานทูตอังกฤษ กล่าวต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมค่ายฯ อีกด้วย

สำหรับค่ายวิทยาศาสตร์ ซินโครตรอนอาเซียน นั้นจัดขึ้นเพื่อสร้างเครือข่ายกับสถาบันอุดมศึกษาในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ผ่านความร่วมมือในการศึกษาวิจัยและพัฒนา และเพื่อให้นิสิต นักศึกษา เข้าใจถึงบทบาทของวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีแสงซินโครตรอนต่อความเจริญก้าวหน้าของภูมิภาคอาเซียน อีกทั้งเป็นการสร้างกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอนในอนาคต ตลอดจนเพิ่มจำนวนนักวิทยาศาสตร์ และนักวิจัยทางด้านเทคโนโลยีซินโครตรอนในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งในปีนี้สถาบันฯ ได้รับการตอบรับการเข้าร่วมจากกลุ่มประเทศอาเซียนเข้าร่วมกว่า 40 ท่าน ประกอบไปด้วย ประเทศพม่า เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้นกว่า 70 ท่าน

ตลอดช่วงเวลาของกิจกรรมค่ายครั้งนี้ เป็นการถ่ายทอดความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน ทั้งในส่วนของภาคทฤษฎีและปฏิบัติ อีกทั้งการบรรยายพิเศษจากวิทยากรรับเชิญ อาทิ ดร. Elizabeth Shotton หัวหน้าฝ่ายประสานงานภาคอุตสาหกรรม Diamond Light Source ประเทศอังกฤษ ในหัวข้อ การประยุกต์ใช้แสงซินโครตรอนด้านอุตสาหกรรม และ ดร. Paul Collier หัวหน้านักวิจัย บริษัท Johnson Matthey ประเทศอังกฤษ ในหัวข้อ แรงขับเคลื่อนในการใช้เทคนิคซินโครตรอนกับงานวิจัยอุตสาหกรรม ในส่วนของการทำภาคปฏิบัติ เป็นการแบ่งกลุ่มย่อยทำปฏิบัติการตามสถานีทดลองต่างๆ เพื่อฝึกการทำงานร่วมกันเป็นทีม อาทิ The secret of sapphires, 3D visualization of trabecular human bone, Collagen classification by Small Angle X-ray Scattering technique, Structural-related photovoltaic property of titanium dioxide studied by the x-ray absorption spectroscopy and cyclic voltammetry, Native Oxide Characterization on Silicon Surfaces by Using XPS, Surface analysis using spectroscopic photoemission and low energy electron microscope, Analysis of animal and plant cells using SR-IR microspectroscopy technique, The study of the uptake and distribution of Zn element in root of bean sprout, The 3D structure of Lysozyme through Magical Tools, Studies of calcium and phosphorus on dried and calcined bone by XANES spectroscopy และ Accelerator based technology เป็นต้น และปิดท้ายกิจกรรมด้วยการนำเสนอผลงานจากกิจกรรมกลุ่มย่อย ต่อที่ประชุมนักวิจัยพี่เลี้ยง และผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การบวนการนำเสนอผลงานอีกด้วย

Go to top