เซิร์น (CERN) หรือ องค์การวิจัยนิวเคลียร์ยุโรป (The European Organization for Nuclear Research) เป็นองค์กรระหว่างประเทศในยุโรปที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการวิจัยฟิสิกส์พื้นฐานระดับโลก ตั้งอยู่ที่เมืองเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ปัจจุบันงานวิจัยหลักของเซิร์นเกี่ยวข้องกับฟิสิกส์อนุภาคมากกว่าฟิสิกส์นิวเคลียร์ เซิร์นเป็นสถาบันวิจัยฟิสิกส์พื้นฐานระดับโลก และมีบทบาทสำคัญในการสร้างความตระหนักและเผยแพร่ความรู้ด้านฟิสิกส์อนุภาค และเป็นแหล่งรวมนักวิจัย วิศวกร และนักฟิสิกส์ชั้นนำของโลกในการออกแบบ จัดสร้างเครื่องเร่งอนุภาค  เครื่องตรวจวัดอนุภาค และวิจัยทั้งทางทฤษฎีและการทดลองด้านฟิสิกส์อนุภาค รวมถึงการวิจัยที่เป็นฟิสิกส์แนวหน้า (Frontier Physics) เมื่อปลายปี พ.ศ. 2552 เซิร์นได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในการเดินเครื่องเร่งอนุภาคแบบวงกลมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่เรียกว่า เครื่องเร่งอนุภาค LHC (Large Hadron Collider) มีเส้นรอบวง 27 กิโลเมตรอยู่ในอุโมงค์ลึกใต้ผิวดิน 100 เมตรในพรมแดนทั้งสวิตเซอร์แลนด์และฝรั่งเศส เครื่องเร่งอนุภาค LHC เร่งโปรตอนให้มีความเร็ว 99.9999991% ของความเร็วแสงในสุญญากาศแต่ละลำโปรตอนสามารถมีพลังงานได้สูงสุดถึง7 TeV สถานีตรวจวัดที่สำคัญ 4 สถานี ได้แก่ ATLAS, CMS, ALICE, LHCb ลงทุนเป็นเงิน 6,030 ล้านฟรังก์สวิส เพื่อศึกษาถึงผลของการชนกันของลำอนุภาคโปรตอน ซึ่งเป็นการจำลองเหตุการณ์บิ๊กแบง (Big Bang) ที่เป็นจุดกำเนิดของจักรวาล โดยคาดว่าจะทำให้ค้นพบอนุภาคที่เป็นที่มาของอนุภาคมูลฐานของสสารได้ อันนำไปสู่การไขความลับเกี่ยวกับการกำเนิดจักรวาล ดูรายละเอียดเกี่ยวกับเซิร์นได้ที่ https://home.cern/about

 

 

 

 

Picture1

 Picture2

 

 

 


Picture3

 

ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับเซิร์น

          ความร่วมมือระหว่างไทยกับเซิร์นเกิดขึ้นด้วยพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่สนพระทัยในความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของเซิร์น ทรงมีพระราชดำริที่จะให้นักวิทยาศาสตร์จากประเทศไทยได้มีโอกาสทำงานวิจัยร่วมกับนักวิจัยที่เซิร์น ทรงแสดงความสนพระทัยในงานของเซิร์นโดยได้ทรงเสด็จนำคณะนักวิทยาศาสตร์ไทยไปเยือนเซิร์นถึง 6 ครั้ง

Picture6 Picture7 Picture8

ครั้งที่ 1: วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2543
DELPHI Detector, LEP

ครั้งที่ 2: วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2546
RSIS: Role of Science in Information Society

ครั้งที่ 3: วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2552
หน่วยวิจัย CMS Detector, LHC และ EOI ระหว่างเซิร์นกับ สซ.

Picture9 Picture10 Picture11

ครั้งที่ 4: วันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2553
ศูนย์นทดสอบระบบแม่เหล็ก SM 18

ครั้งที่ 5: วันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
ทอดพระเนตรการดำเนินงานเกี่ยวกับการแพทย์ และ MoU ฉบับที่ 5 กับ สซ

ครั้งที่ 6: วันที่  4 กันยายน พ.ศ. 2562
ห้องปฏิบัติการ ALICE

        ตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 เป็นต้นมา หน่วยงานได้ประเทศไทยได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานของเซิร์น ทั้งหมด 6 ฉบับ และการลงนามความร่วมมือระหว่างประเทศ (International Cooperation Agreement – ICA)  ดังนี้

  • การลงนามเอกสารแสดงเจตจำนงที่จะมีความร่วมมือกัน (Expression of Interest : EOI) ระหว่างสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และสถานีวิจัย CMS ของเซิร์น เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2552 ซึ่งต่อมาสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการความร่วมมือด้านวิชาการและวิจัยกับเซิร์น เพื่อสนับสนุนความร่วมมือวิจัยระหว่างหน่วยงานของประเทศไทยกับเซิร์น ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็นคณะอนุกรรมการดำเนินงานโครงการสนองแนวพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ด้านวิชาการ CERN-DESY-GSI/FAIR และได้เริ่มจัดกิจกรรมการคัดเลือกนักศึกษา และครูสอนฟิสิกส์เข้าร่วมโครงการภาคฤดูร้อนเซิร์น นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 เป็นต้นมา

0903033 72 0903033 69

  • การลงนาม MOU ระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับสถานีวิจัย CMS ของเซิร์น เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Picture14 Picture15

  • การลงนาม MOU ระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กับสถานีวิจัย ALICE ของเซิร์น เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Picture16Picture17

  • การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ Worldwide LHC Computing Grid (WLCG) ระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กับเซิร์น เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2556

Picture18Picture19

  • การลงนาม MOU ระหว่างสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ของเซิร์น ในความร่วมมือด้านเครื่องเร่งอนุภาคเพื่อการแพทย์และประยุกต์อื่น ๆ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Picture20Picture21

  • การลงนาม MOU ระหว่างสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนและสถานีวิจัย ALICE ณ วังสระปทุม เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559

Picture22Picture23

  • การลงนามความร่วมมือระหว่างประเทศ (International Cooperation Agreement – ICA) ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับองค์การวิจัยนิวเคลียร์ยุโรป (เซิร์น) เมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2561 เป็นยกระดับความร่วมมือกับเซิร์น จากระดับหน่วยงาน/มหาวิทยาลัย/สถาบันวิจัย ขึ้นมาเป็นระดับรัฐบาล

Picture24Picture25

 

ประเทศไทยได้อะไรจากเซิร์น

          ความร่วมมือกับเซิร์นเป็นการเปิดโอกาสให้ประเทศไทย ได้เรียนรู้ความก้าวหน้าในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสาขาเกี่ยวกับฟิสิกส์พลังงานสูงและฟิสิกส์อนุภาค เซิร์นเปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์ไทยได้เข้าร่วมทำงานวิจัยกับบุคลากรของเซิร์น เข้าใช้เครื่องมือและข้อมูลที่ไม่สามารถจัดซื้อหรือจัดสร้างได้ในประเทศไทย ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องเร่งอนุภาค เครื่องตรวจวัดอนุภาค และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้หลาย ๆ อย่างได้รับการนำไปพัฒนาเป็นต้นแบบเพื่อการประยุกต์ใช้  รวมถึงด้านการศึกษาที่เป็นหนึ่งในภารกิจหลักของเซิร์นในการให้การศึกษากับนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรในอนาคต รวมถึงการพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในระดับต่าง ๆ เพื่อให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ นำมาซึ่งการยกระดับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย และการสร้างกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 

ปัจจุบันการดำเนินกิจกรรมภายใต้ความร่วมมือระหว่างไทยกับเซิร์นใน 5 โครงการ ได้แก่

  1. โครงการคัดเลือกนักศึกษา และครูสอนฟิสิกส์ เพื่อเข้าร่วมโปรแกรมภาคฤดูร้อนเซิร์น
  2. โครงการจัดส่งนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายไปศึกษาดูงานที่เซิร์น
  3. โครงการ National e-Science Infrastructure Consortium
  4. โครงการส่งเสริมการจัดกิจกรรมวิชาการที่เกี่ยวข้องกับเซิร์น
  5. โครงการส่งเสริมนักศึกษาปริญญาโท-เอก นักวิจัยไปทำงานวิจัย ณ เซิร์น และพัฒนาให้เกิดการทำวิจัยร่วมกับเซิร์น

Go to top