image002

ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวนิดนึงนะครับ ผมทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง บริษัทผมจะทำการผลิตผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับพอลิเมอร์ให้กับลูกค้าทั่วประเทศ ผมเป็นนักวิจัยประจำบริษัทครับ ทำหน้าที่แก้ปัญหาในไลน์การผลิต หรือวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ เมื่อเดือนที่แล้ว (วันที่ 5 สิงหาคม 2557) ผมได้มีโอกาสไปเข้าฟังการอบรมเชิงวิชาการและการเสวนา เรื่อง "ซินโครตรอน เทคโนโลยีแสงขั้นสูง มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรม" เห็นพี่ๆ ที่จัดงานเรียกติดปากว่างาน "สติ 2" คือ มาจากภาษาอังกฤษว่า "2nd Synchrotron, Advanced Technology for Industry (SATI 2)" แสดงว่าคนที่เข้ามาร่วมงานคงต้องเอาสติมาด้วย เมื่อเวลาเข้าฟังแล้วจะได้มีอะไรติดหัวไปบ้าง พอฟังชื่อแล้วหลายๆ คนคงจะงงว่า "ซินโครตรอน" คือ อะไร ผมสารภาพตามตรง ผมพึ่งเคยได้ยินคำว่าซินโครตรอนเป็นครั้งแรกในชีวิตก็เมื่อไม่กี่วันก่อนวันงานอบรมนี่เอง แต่ชื่อฟังดูน่าจะเข้าใจยาก และน่าจะไฮเทคมาก ก่อนจะเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นในงานบ้าง ผมขอย้อนเวลากลับไปประมาณ 1 สัปดาห์กว่าๆ ก่อนวันงานอบรม เพราะเป็นวันที่หัวหน้าผมส่งแผ่นโปสเตอร์พื้นดำขนาด A3 มาให้พร้อมกับบอกว่า "ไปร่วมงานนี้แล้วกลับมาเล่าให้ผมฟังว่า ซินโครตรอนจะช่วยอะไรให้กับบริษัทเราบ้าง"

        ผมอึ้งไปประมาณหนึ่งนาที เกาหัวแควกแควก อุทานในใจ "งานเข้าแล้วสิ เกิดมาก็เพิ่งเคยได้ยินนี่แหล่ะทำไงดีล่ะ" ....ว่าแล้วผมก็หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา เข้าเน็ตทันทีแล้วค้นคำว่า "synchrotron" ปรากฏว่า "อากู๋" หาเวปไซต์ให้ผมได้ประมาณเกือบสองล้านเวปไซต์ "โอ้...พระเจ้า"แต่ตามธรรมเนียมปฏิบัติผมก็คลิกเข้าไปทันทีที่ "พี่วิกกี้" ด้วยความสามารถภาษาอังกฤษขั้นเซียนของผม ผมจึงทำการค้นหาคำใหม่ว่า "ซินโครตรอน" แทน คราวนี้อากู๋ของผมหาเวปไซต์ให้มาประมาณสามแสนแต่เวปไซต์แรกที่ปรากฏก็คือ "สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)" เฮ่อ!!! ค่อยยังชั่ว ว่าแล้วผม คลิ๊กเข้าไปทันที "http://www.slri.or.th"

         แทนที่จะไปสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานผมใช้เวลาตลอดเย็นวันศุกร์นั่งอ่านข้อมูลในเวปไซต์ของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนจนเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์พร้อมๆ กับแสงอรุณยามเช้าวันจันทร์ผมทำสรุปสั้นๆ
ไปอธิบายให้หัวหน้าฟังว่า จริงๆ แล้วแสงซินโครตรอน ก็ไม่ต่างจากแสงอื่นๆ หรอกครับเพียงแต่เกิดจากที่มาที่ต่างกัน เช่น แสงจากหลอดไฟนีออนก็เกิดจากการเรืองแสงของไอปรอทที่อยู่ภายในหลอดเมื่อมีอิเล็กตรอนกระตุ้น
หรือแสงจากดวงอาทิตย์ที่เกิดจากปฏิกิริยาฟิวชั่น ทั้งหมดนี้เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่ แสงซินโครตรอนเกิดจากการเปลี่ยนทิศทางของอิเล็กตรอนพลังงานสูงในสนามแม่เหล็กของเครื่องเร่งอนุภาค
แสงซินโครตรอนมีคุณสมบัติโดดเด่นมากมาย เช่น มีเกือบทุกย่านพลังงานทำให้เราสามารถเลือกพลังงานให้เหมาะกับสิ่งที่เราต้องการจะศึกษาแสงซินโครตรอนมีความเข้มสูงมากๆ ทำให้ไม่ต้องใช้เวลานานก็จะได้คำตอบที่เราต้องการซึ่งเหมาะกับอุตสาหกรรมที่ต้องแข่งขันอยู่ตลอดเวลาและยังช่วยหาสิ่งเจือปนจำนวนน้อยมากมากได้

        รังสีเอกซ์ยังสามารถทำให้เรารู้ถึงการจัดเรียงตัวของสายพอลิเมอร์ได้ทำให้บอกถึงคุณสมบัติทางกายภาพได้สองวันก่อนวันงานอบรมผมจดคำถามที่ต้องการถามเป็นจำนวนมาก เพราะชื่อวิทยากรแต่ละท่านดูมีวิชาอาคมแกร่งกล้า อย่างเช่นรศ.ดร.รัตติกร ยิ้มนิรันดร์ (เคยเป็นอาจารย์ผมที่เชียงใหม่) ตอนนี้เป็นอาจารย์อยู่ที่ ม.เทคโนโลยีสุรนารี หรือ รศ.ดร.ทวีชัย อมรศักดิ์ชัย คนนี้เก่งมาก เป็นอาจารย์ภาควิชาเคมีที่ ม.มหิดล เป็นพี่ชายเพื่อนผมเอง รวมถึง ผศ.ดร.วิรัช ทวีปรีชา จาก ม.สงขลานครินทร์วิทยาเขตหาดใหญ่ อาจารย์ท่านนี้ผมเตรียมคำถามไว้ถามเยอะเพราะงานของอาจารย์ตรงกับงานที่ผมเคยทำตอนเรียนที่เชียงใหม่ และยังมีนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนอีกด้วย คราวนี้แหล่ะผมก็จะได้คำตอบที่ผมอยากรู้ นอกจากนี้สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ยังได้เชิญ ดร.กฤษฎา สุชีวะ รองผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ ดร.ลักษมี ปลั่งแสงมาศ รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรมสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)ดร.พิริยาธร สุวรรณมาลา
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.), ดร.กาจพันธ์ สกุลแก้ว และดร.อรสา อ่อนจันทร์ กรมวิทยาศาสตร์บริการ ทำให้ผมรู้ว่าจริงๆ แล้วหน่วยงานรัฐหลายๆ หน่วยงานก็ทำงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับยางและพอลิเมอร์ ผมคงได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อยล่ะทีนี้ ช่วงสุดท้ายเป็นช่วงเสวนา
นอกจากอาจารย์ทวีชัย แล้วยังมีการเชิญ ดร.วันเฉลิม รุ่งสว่าง จากบริษัท เอสซีจีเคมิคอลล์ จำกัด และคุณอนุชา ลีเลิศสกุลวงษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท อีตัน อินดัสทรีส์ จำกัด คงน่าสนใจมากเพราะเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ได้รับจากการใช้แสงซินโครตรอน ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่หวังว่าจะได้มีโอกาสใช้แสงซินโครตรอนบ้าง

        คืนก่อนวันงานอบรม ผมตื่นเต้นจนนอนไม่ค่อยหลับ นอกจากอยากจะรับความรู้ใหม่ๆ จากปรมาจารย์ทั้งหลายแล้วผมกลัวจะไปสาย (ชื่อผมไม่ค่อยดีนักในเรื่องตรงต่อเวลา) แต่สุดท้ายผมก็ไปก่อนเวลา
ซดกาแฟไปแก้วใหญ่เต็มๆ เพื่อเรียก "สติ" ให้กลับคืนมาก่อนงาน "สติ 2" จะเริ่มขึ้นห้องประชุมชองโรงแรมระยอง
แมริออท รีสอร์ทแอนด์สปา สถานที่จัดงาน ดูคึกคัก เต็มไปด้วยคนที่สนใจใฝ่รู้ บรรยากาศทำให้ผมรู้สึกถึงสมัยเรียนปริญญาโทที่เชียงใหม่ ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับบริษัทต่างๆ ที่มาออกบูธ แอบถามราคาเครื่องมือวิเคราะห์ และคิดในใจว่า บริษัทเราน่าจะมีแบบนี้บ้าง ผมได้พูดคุยกับเพื่อนๆ ต่างบริษัท หลายๆ คนผมรู้จักดี เพราะส่วนใหญ่อยู่ในนิคมเดียวกัน ทุกคนต่างใจจดใจจ่ออยากที่จะเรียนรู้ถึงเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน ผมเห็นด้วยกับโครงการนี้เป็นอย่างยิ่งหลังจากที่ได้พูดคุยเล็กน้อยกับท่าน อาจารย์สราวุฒิ สุจิตจร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนว่าอยากให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนให้มากขึ้นเพื่อแข่งขันกับต่างประเทศ บรรยากาศภายในงานเป็นวิชาการแบบสบายๆ ไม่ยากเกินไป ท่านวิทยากรแต่ละท่านมีวิธีการพูดให้พวกเราจากภาคอุตสาหกรรมได้เข้าใจได้ง่าย และเห็นภาพชัดเจน ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า ประเทศไทยมีเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา
เป็นเครื่องซินโครตรอนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีนักวิจัยเข้ามาใช้เป็นจำนวนมากในแต่ละปีโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย อันนี้ต้องขอขอบคุณสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนและรัฐบาลจริงๆ ครับ ท่านได้สร้างความสุขให้ประชาชนจริงๆ

        วันรุ่งขึ้นผมรีบเข้าบริษัทแต่เช้าเพื่อรายงานผลให้กับหัวหน้าผม และที่สำคัญ คือ ต้องขอบคุณท่านหัวหน้าเป็นอย่างยิ่งที่ให้โอกาสอันมีค่ามหาศาลครั้งนี้ ผมนั่งสาธยายให้หัวหน้าและระดับผู้บริหารหลายท่านฟังแบบสั้นๆ
ประมาณเกือบสองชั่วโมง ทุกคนเห็นตรงกันหมดว่าบริษัทเราน่าจะไปเยี่ยมสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนสักครั้ง
เพื่อให้เห็นกับตาว่า เครื่องเร่งอนุภาคอิเล็กตรอนหน้าตาเป็นยังไง ผมได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนในการติดต่อกับส่วนงานพัฒนาธุรกิจ ของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน เพื่อนัดวันที่จะเข้าเยี่ยมชมสถาบันฯ

image007image010

image013image014

งาน SATI2

จำนวนผู้เข้าร่วมอบรม 90คน

ความพึงพอใจโดยรวม 83.33%

รอก่อนนะครับ
ซินโครตรอน พวกเรากำลังจะไปหา!!!!

 

 

main menu 1 edit

main menu 2

main menu 3

main menu 4

main menu 5

9

main menu 6

main menu 7

 
Go to top