นโยบายรัฐบาล (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา)

(แถลงต่อรัฐสภา วันที่ 25 กรกฎาคม 2562)

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม

นโยบายรัฐบาลหลัก ี่เกี่ยวข้องกับ อว.

5. การพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของไทย

5.1 เศรษฐกิจมหภาค การเงินและการคลัง

         5.1.5 สร้างแพลตฟอร์มเพื่อใช้ในการออกแบบนวัตกรรมเชิงนโยบายที่มีเครื่องมือและเทคนิคสมัยใหม่ต่าง ๆ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบนโยบายและมาตรการ เพื่อให้สามารถกําหนดนโยบายที่สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ท่ีเปลี่ยนแปลงไปได้ อย่างทันท่วงที

5.2 พัฒนาภาคอุตสาหกรรม

         5.2.1 พัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว [Bio-Circular-Green (BCG) Economy] โดยนําความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่ม จากทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพและ วัฒนธรรมในการผลิตสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และบริการของท้องถิ่น ปรับระบบการบริหารจัดการการผลิตและระบบโลจิสติกส์ ส่งเสริมการใช้พลังงาน ทดแทน การใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาเพิ่มมูลค่า การบริหารจัดการของเสีย อุตสาหกรรมและขยะแบบคลัสเตอร์ระหว่างอุตสาหกรรมและชุมชนในแต่ละพื้นที่ของจังหวัด กลุ่มจังหวัด เพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พร้อมทั้งให้ความสําคัญกับกฏระเบียบ ทางด้านสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศและระหว่างประเทศ

         5.2.2 พัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้สามารถตอบสนองการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีหรือแนวโน้มการค้าโลก โดยคํานึงถึงศักยภาพ ความสามารถในการแข่งขัน แนวโน้มความต้องการของตลาดในประเทศและตลาดโลก เพื่อให้อุตสาหกรรมไทยมีระดับ ผลิตภาพที่สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก สร้างนวัตกรรมใหม่ที่มีมูลค่าสูงในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ และอุตสาหกรรมอนาคต อาทิ อุตสาหกรรมต่อเนื่องจากการพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศ อุตสาหกรรมที่เก่ียวข้องกับการส่งเสริมความมั่นคงของประเทศ อุตสาหกรรมอวกาศ พร้อมทั้งให้ความสําคัญกับการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ตลอดห่วงโซ่อุปทานให้สามารถใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน

5.3 พัฒนาภาคเกษตร

         5.3.3 พัฒนาองค์กรเกษตรกรและเกษตรกรรุ่นใหม่ โดยเพิ่มทักษะการประกอบการและพัฒนาความเชื่อมโยงของกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์ในทุกระดับ โดยเฉพาะด้านการตลาด การค้าออนไลน์ ระบบบัญชี เพื่อขยายฐานการผลิตและฐานการตลาดของสถาบันเกษตรกรให้เข้มแข็งมีความสามารถในการแข่งขัน รวมทังการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ไปสู่เกษตรกรอัจฉริยะ เพื่อการพัฒนาภาคเกษตรได้อย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต

         5.3.6 ส่งเสริมการปลูกไม้มีค่าเป็นพืชเศรษฐกิจ โดยการสนับสนุนพันธุ์กล้าไม้ และให้ความรู้ในการบริหารจัดการเชิงพาณิชย์อย่างเหมาะสมทั้งในด้านการปลูก บํารุงรักษา ดูแล และการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรอีกทางหนึ่ง

5.8 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา และนวัตกรรม

         5.8.1 พัฒนาสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศที่เอื้อต่อการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา และนวัตกรรม ที่สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและส่งผลต่อการพัฒนาต่อยอดจากผลการวิจัยให้นําไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ โดยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จําเป็น และมีกลไกดําเนินการที่บูรณาการทั้งระบบ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการตลอดห่วงโซ่มูลค่าให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันท่ีสูงขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาระบบข้อมูลและตัวชี้วัดภายใต้กรอบขีดความสามารถในการแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและพัฒนา และนวัตกรรม

         5.8.2 สร้างระบบจัดการข้อมูลเพื่อรองรับการบริหารจัดการงานวิจัยอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการบูรณาการและเชื่อมโยงระบบงานวิจัยของ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเป็นเอกภาพในการส่งเสริมการดําเนินงานด้านการวิจัยที่ต่อยอด ไปสู่การสร้างนวัตกรรมของประเทศ รวมทั้งการปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อการต่อยอดงานวิจัย สู่การเพิ่มมูลค่าในเชิงพาณิชย์

         5.8.3 เสริมสร้างการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐาน ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มุ่งเน้นการพัฒนา ระบบ คุณภาพและมาตรฐานที่เป็นปัจจัยนําไปสู่การสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีมูลค่าสูง และสามารถนําไปใช้ได้จริง และใช้วัตถุดิบจากภายในประเทศให้มากที่สุด

         5.8.4 สนับสนุนการพัฒนาโรงงาน ห้องปฏิบัติการต้นแบบ ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรมในระดับต้นนํา้ โดยเฉพาะโรงงานและห้องปฏิบัติการนําร่อง ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการในการพัฒนาเศรษฐกิจภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว [Bio-Circular-Green (BCG) Economy] และสนับสนุนให้เกิดการลงทุนจากภาคธุรกิจเอกชน ไปพร้อมกัน

7. การพัฒนาสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก

7.1 ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนและผลิตภัณฑ์ชุมชน

         7.1.1 สร้างมูลค่าเพิ่มธุรกิจชุมชนผ่านอัตลกษณ์ของพื้นท่ี   โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมยุคใหม่ของไทย ผู้ประกอบการ หนึ่งตําบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ และสหกรณ์ในชุมชนให้สามารถใช้ประโยชน์และต่อยอดจากสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และทรัพยากรในพื้นที่รวมทั้งเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างสรรค์คุณค่าผลิตภัณฑ์และบริการของชุมชนที่มีอัตลักษณ์และมีมาตรฐานการผลิตตามหลักสากล ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง นําไปสู่การสร้างเศรษฐกิจชุมชนที่สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนและมีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจของจังหวดมากขึ้น

7.2 สร้างความเข้มแข็งของชุมชน

         7.2.1 สร้างผู้นําชุมชน ยกย่องปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นผู้นําการเปลี่ยนแปลง เป็นวิทยากรในการขับเคลื่อนและสร้างกลไกการทํางานร่วมกันของ ภาคส่วนต่างๆ ในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนา กิจกรรมสาธารณประโยชน์ที่ส่งผลต่อการสร้างสังคมที่เข้มแข็ง การปรับเปลี่ยนค่านิยมคนไทยให้ เสียสละ มีจิตอาสา จิตสาธารณะ เอื้อเฟื้อแบ่งปันผู้อื่น และเป็นพลังสําคัญในการจัดการปัญหาความเหลื่อมล้ํา การพัฒนาตนเองและการจัดการของชุมชนท้องถิ่น

         7.2.4 สร้างพลังในชุมชน โดยส่งเสริมให้เกิดการสร้างพลังทางสังคม ภาคีเครือข่าย การรวมตัวของภาคส่วนต่างๆ ในชุมชนมาเป็นกําลังในการพัฒนาเพื่อส่วนรวม โดยให้ความสําคัญกับการสร้างพลังจิตอาสา สร้างพลังแผ่นดินเพื่อพัฒนาศักยภาพและสร้างเอกภาพแก่กลุ่มอาสาสมัครรูปแบบต่าง ๆ การสร้างพลังสรางสรรค์เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางสังคมของคนทุกวัยผ่านการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ในรูปแบบต่างๆ และการสร้างพลังภูมิคุมกนั     เพื่อการใชสื่อออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ และประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและเตือนภัย

         7.2.5 สร้างเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็ง เน้นส่งเสริมและสนับสนุน ให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้าร่วมในกระบวนการตัดสินใจกําหนดนโยบายและมาตรการของภาครฐั   โดยเริ่มจากการเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถนําเสนอแนวคิดที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสวัสดิการในระดบั ชุมชน เพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยในบริบทสังคมไทย

8. การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย

8.2 ฒนาบัณฑิตพันธุ์ใหม่

         8.2.2 จัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทํางานเพื่อพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนทั้ง ในส่วนฐานความรู้และระบบความคิดในลักษณะสหวิทยาการ และตรงกับความต้องการของประเทศในอนาคต และเป็นผู้เรียนที่สามารถปฏิบัติได้จริงและสามารถกํากับการเรียนรู้ของตนเองได้ รวมถึงมีทักษะด้านภาษาอังกฤษและภาษาที่สามที่สามารถสื่อสารและแสวงหาความรู้ได้ มีความพร้อมทั้งทักษะความรู้ ทักษะอาชีพ และทักษะชีวิตก่อนเขาสู่ตลาดแรงงาน

       8.3 พัฒนาอาชีวะ พัฒนาคุณภาพวิชาชีพ และพัฒนาแรงงานรองรับอุตสาหกรรม 4.0 โดยการจัดระบบและกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ภาครัฐและเอกชนที่ชัดเจนเป็นระบบในการพัฒนากําลังคนที่มีทักษะขั้นสูงให้สามารถนําความรู้และทักษะมาใช้ในการแก้ไขปัญหา รวมถึงการสร้างและพัฒนานวัตกรรม ซึ่งต้องครอบคลุมการพัฒนากําลงคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมแล้ว กําลังคนที่กําลงจะเข้าสู่อุตสาหกรรม และเตรียมการสําหรับผลิตกําลังคนในสาขาท่ีขาดแคลน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีในอนาคต รวมทั้งเร่งรัด และขยายผลระบบคุณวุฒิวิชาชีพ การยกระดับฝีมือแรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ และอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น

       8.4 ดึงดูดคนเก่งจากทั่วโลกเข้ามาร่วมทํางานกับคนไทย และส่งเสริมผู้มีความสามารถสูง สนับสนุนใหธุรกิจชั้นนำในประเทศดึงดูดบุคคลที่มี ความสามารถระดับสูงจากทั่ว โลกโดยเฉพาะคนไทย เพื่อกลับมาเป็นผู้นําการเปลี่ยนแปลงและถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้ ความเชี่ยวชาญให้แก่บุคลากร ในองค์กร ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับประเทศ โดยในระยะแรกให้ความสําคัญกับการดึงดูดนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาร่วมวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชั้นแนวหน้าในสาขาอุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมทั้งมีพื้นที่ให้กลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษที่มีศักยภาพสูงไดท้ ํางานร่วมกัน หรือร่วมกับ เครือข่ายอื่น ๆ เพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับประเทศ

         8.2.1 ปรับรูปแบบการเรียนรู้และการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะ และอาชีพของคนทุกช่วงวัยสําหรับศตวรรษที่ 21 โดยปรับโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาให้ทันสมัย มีการนําเทคโนโลยีและการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงเข้ามามีส่วนในการจัดการเรียนการสอน และปรับระบบดึงดูด การคัดเลือก การผลิตและพัฒนาครู ที่นําไปสู่การมีครูสมรรถนะสูง เป็นครูยุคใหม่ที่สามารถออกแบบและจัดระบบการสร้างความรู้ สร้างวินัย กระตุ้น และสร้างแรงบันดาลใจเปิดโลกทัศน์มุมมองของเด็กและครูด้วยการสอนในเชิงแสดงความคิดเห็นให้มากขึ้น ควบคู่กับหลักการทางวิชาการ

8.5 วิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ

         8.5.1 ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อขจัดความเหลื่อมล้ําและความยากจน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมุ่งเน้นการพัฒนา นวัตกรรมเชิงสังคมและนวัตกรรมในเชิงพื้นที่ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมลํ้า สร้างโอกาสสําหรับผู้ด้อยโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย ควบคู่ไปกับการพัฒนาทุนมนุษย์ให้พร้อมสําหรับโลกยุคดิจิทัลและอุตสาหกรรม 4.0 ตามความเหมาะสมได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยระยะแรกจะให้ความสําคัญกับการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้านสุขภาพของประชาชนอย่างครบวงจร ทั้งระบบยา วัคซีน เวชภัณฑ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย

         8.5.2 ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน สามารถตอบสนอง ต่อความเปลี่ยนแปลง และสร้างความเป็นเลิศของประเทศในอนาคต โดยมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อนํามาใช้ให้เกิดประโยชน์ในเชิงธุรกิจ กําหนดวาระการวิจัยแห่งชาติ ส่งเสริมความร่วมมือและการเป็นหุ้นส่วนของทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา ชุมชน และภาคเอกชน ในทุกสาขาการผลิตและ บริการ สร้างสภาพแวดล้อมและองค์ประกอบของระบบวิจัยและ การพัฒนานวัตกรรมให้เข้มแข็ง รวมทั้ง บูรณาการการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมกับการนําไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์

         8.5.3 สร้างเครือข่ายการทําวิจัยระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ปฏิรูปและบูรณาการระบบการเรียนการสอนกับระบบงานวิจัยและพัฒนา ให้เอื้อต่อการเพิ่มศักยภาพด้านนวัตกรรมของประเทศ เพื่อสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งของธุรกิจไทยทุกระดับในเวทีการค้าโลก ส่งเสริมกระบวนการการทํางานของ ภาครัฐและภาคเอกชน ในการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมให้เป็นระบบเปิด และมีการบูรณาการการทํางานกนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเชื่อมโยงระบบการศึกษากับภาคปฏิบัติจริงในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างนักวิจัยมืออาชีพและนวัตกรที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับงานวิจัยสู่การเพิ่มศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ

        8.7 จัดทําระบบปริญญาชุมชนและการจัดอบรมหลักสูตรระยะสั้น เน้นออกแบบหลักสูตรระยะสั้นตามความสนใจ พัฒนาทักษะต่าง ๆ ที่ใช้ในการดํารงชีวิตประจําวันและทักษะอาชีพของคนทุกช่วงวัยในพื้นที่และชุมชนเป็นหลัก พร้อมทั้งศึกษาแนวทางการพัฒนาเป็นรูปแบบธนาคารหน่วยกิต ซ่ึงเป็นการเรียนเก็บหน่วยกิตของวิชาเรียนเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนข้ามสาขาวิชาและข้ามสถาบันการศึกษา หรือทํางานไปพร้อมกัน หรือเลือกเรียนเฉพาะหลักสูตรที่สนใจ เพื่อสร้างโอกาสของคนไทยทุกช่วงวัยและทุกระดับสามารถพฒนาตนเองทั้งในด้านการศึกษาและการดํารงชีวิต

นโยบายรัฐบาลเร่งด่วน ี่เกี่ยวข้องกับ อว.

4. การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนานวัตกรรม

4.1 จัดพื้นที่การเกษตรให้สอดคล้องกับระบบบริหารจัดการน้ําและคุณภาพของดินตาม Agri-Map

4.3 การทําการเกษตรยุคใหม่ต้องใช้ “นวัตกรรม” เข้ามาลดต้นทุนการผลิต

4.5 เร่งศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี “กัญชา”  “กัญชง” รวมถึงพืชสมุนไพร เพื่อนํามาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมทางการแพทย์

5. การยกระดับศักยภาพของแรงงาน

        5.1 การยกระดับรายได้ หรือค่าแรงขั้นต่ำต้องสอดคล้องกับการพัฒนา “ทักษะฝีมือแรงงาน” ผ่านกลไก “คณะกรรมการไตรภาคี”

        5.2 สนับสนุนการปรับ “เปลี่ยนทักษะ” และ “เปลี่ยนสายอาชีพ” ให้ตรงกับความต้องการของ “ตลาดแรงงาน” “อุตสาหกรรมเป้าหมาย” และ “ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี”

6. การวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคต

6.5 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต และการใช้ปัญญาประดิษฐ์

7. การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21

        7.1 สร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ใหม่ ในระบบดิจิทัล เพื่อส่งเสริมให้เด็กไทยยุคใหม่เก่งวิชา “วิทยาศาสตร์” “เทคโนโลยี” “วิศวกรรม” คณิตศาสตร์” “โปรแกรมเมอร์” “ภาษาต่างประเทศ”  “ภาษาคอมพิวเตอร์” หรือ Coding ตั้งแต่ระดับ “ประถมศึกษา”

       7.3 การสร้างความรู้ความเข้าใจการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล สื่อออนไลน์ และเครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อป้องกันผลกระทบในเชิงสังคม สร้างความ ปลอดภัย ดูแลปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ และสามารถใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการกระจายข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เกิดความสามคคีในสังคมรวมท้ังปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมในการดําเนินชีวิต

 


นโยบายและจุดเน้นการขับเคลื่อนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
(ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์)

        เพื่อให้การดำเนินงานตามบทบาทภารกิจของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในการขับเคลื่อนงานด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ของประเทศ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เป็นไปในทิศทางที่ตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์ชาติ และในฐานะที่ เป็นเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติในแผนแม่บทที่ 23 : การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์) จึงได้มอบนโยบายและจุดเน้นการขับเคลื่อน อว. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ในวาระการประชุมผู้บริหาร อว. เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2563 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า สป.อว. เพื่อให้หน่วยงานในสังกัดได้ใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนและงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ดังนี้

นโยบายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

        ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 มีนโยบายให้ดำเนินงานต่อเนื่องจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เพื่อขับเคลื่อนบทบาทของ อว. ในการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในศตวรรษที่ 21 โดยจะพัฒนาการอุดมศึกษาควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ใน 3 ภารกิจหลักดังนี้

        1. การสร้างและพัฒนาคน

  • ภารกิจการสร้างและพัฒนาคนของ อว. จะสร้างบัณฑิตควบคู่ไปกับการสร้างกระบวนการการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-Long Learning) ทั้งในด้านขององค์ความรู้ (Knowledge) ทักษะ (Skills) และหลักคิดที่ถูกต้อง (Mindset) พร้อมเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 โดยการสร้างบัณฑิตที่มุ่งเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรม การเสริมสร้างทักษะความรู้ใหม่ที่พร้อมรับเทคโนโลยีทันสมัย ควบคู่ไปกับการสร้างกำลังคนระดับสูง (Brain Power ) ร่วมกับเครือข่ายระดับโลก

       2. การวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้

  • ระบบงบประมาณด้านงานวิจัย เน้นให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ไปสู่การปฏิบัติ ตั้งแต่ระดับเศรษฐกิจฐานรากจนถึงระดับเศรษฐกิจขั้นก้าวหน้า โดยใช้ความเข้มแข็งของความหลากหลายทางชีวภาพและความหลากหลายทางวัฒนธรรมให้เกิดมูลค่าและคุณค่าสูงขึ้นในทุกระดับของกระบวนการพัฒนา ที่เน้นความต่อเนื่องของการทำงานวิจัยและเกิดความคล่องตัวในการบริหารเงินงบประมาณการวิจัย โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
    • สำหรับงานวิจัยเพื่อรังสรรนวัตกรรม (Research for Innovation) จะเน้นการทำงานของจตุภาคี (Quadruple Helix) เป็นสำคัญใน 4 Platforms สำคัญ
    • สำหรับงานวิจัย Frontier research (Research for the Future) จะมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศ (Global Collaborative Network) และการทำงานกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างให้เกิดเครือข่ายนักวิจัยไทยที่มีส่วนร่วมใน Global Research Value Chain

        3) การสร้างและพัฒนานวัตกรรม

  • มุ่งสร้างและพัฒนานวัตกรรม โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จะมุ่งเน้นไปที่ SMEs เป็นหลัก เพื่อสร้างให้เกิด Innovation-Driven Enterprises (IDEs) เป็นสำคัญ

        จาก 3 ภารกิจหลักดังกล่าว ได้นำไปสู่กรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ใน 4 แพลทฟอร์ม (Platform) คือ 1) การพัฒนากำลังคนและสถาบันความรู้, 2) การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม, 3) การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน, 4) การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ นอกจากนี้ ภารกิจสำคัญอีกประการหนึ่งที่ต้องดำเนินการเพื่อให้การขับเคลื่อน อววน. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คือการปฏิรูปมหาวิทยาลัย (Reinventing of University) ที่ต้องทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยมากขึ้นภายใต้โจทย์ Transformation ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จะผลักดันให้เกิดการจัดตั้ง “กองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา” เพื่อใช้เป็นกองทุนหมุนเวียนในการสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา การพัฒนาคณาจารย์และบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา และการสร้างความร่วมมือในการจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา เพื่อผลิตบัณฑิตและกำลังคนที่มีสมรรถนะและศักยภาพสูงให้ตรงกับความต้องการของประเทศในศตวรรษที่ ๒๑

จุดเน้นในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

1. การสร้างและพัฒนาคน : มุ่งสร้างและพัฒนาคนที่ส่งผลถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตคนใน ชุมชน ท้องถิ่น และการลดความเหลื่อมล้ำ ใน 3 แผนงาน/โครงการสำคัญ คือ

1.1 ยุวชนสร้างชาติ : สร้างและพัฒนาคนทุกช่วงวัยที่ต้นน้ำ (Upstream) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยและบัณฑิตจบใหม่ไม่เกิน 3 ปี ภายใต้แนวคิด “สร้างงาน สร้างอาชีพ” กับ 3 โครงการย่อย ได้แก่

1) ยุวชนอาสา : กลุ่มเป้าหมายคือนักศึกษาซึ่งครอบคลุมในสาขาทั้งวิทยาศาสตร์ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยให้นักศึกษามีโอกาสได้นำความรู้ความสามารถไปช่วยพัฒนาชุมชน สร้างประสบ การณ์จริงแบบคละศาสตร์ที่ได้หน่วยกิตตามแผนการปฏิบัติงานในพื้นที่ ได้เห็นโอกาสสร้างอาชีพ และสร้างรายได้

2) บัณฑิตอาสา : กลุ่มเป้าหมายคือบัณฑิตจบใหม่ไม่เกิน 3 ปี โดยเปิดโอกาสให้บัณฑิตจบใหม่ ได้มีโอกาสลงไปพัฒนาพื้นที่ในชุมชนร่วมกับชาวบ้านเพื่อพัฒนาชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ เพื่อเป็นการสร้างอาชีพให้บัณฑิตจบใหม่และช่วยเหลือบัณฑิตตกงาน อันเป็นการช่วยลดอัตราการว่างงานของบัณฑิตใหม่ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัว รวมทั้งสนับสนุนบัณฑิตคืนถิ่น

3) กองทุนยุวสตาร์ทอัพ (กองทุนยุววิสาหกิจเริ่มต้น) : กองทุนสนับสนุนภายใต้ความร่วมมือของ อว. ธนาคารออมสิน และภาคเอกชน ตั้งขึ้นสำหรับกลุ่มเป้าหมายคือนักศึกษาร่วมกับบุคลากรมหาวิทยาลัย เพื่อให้สามารถได้รับการสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดองค์ความรู้ให้เกิดเป็นนวัตกรรมทางธุรกิจ นวัตกรรมสังคม นวัตกรรมสร้างสรรค์ ฯลฯ รวมทั้งการเป็นผู้ประกอบการใหม่

1.2 Man Power : สร้างและพัฒนาคนที่กลางน้ำ (Midstream) โดยการ Reskill (พัฒนาทักษะใหม่) และ Upskill (เพิ่มทักษะ) มีกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มคนวัยทำงาน รวมทั้งกลุ่มคนที่ต้องการเรียนรู้แบบ non-degree ภายใต้กรอบแนวคิด “การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)” เพื่อตอบโจทย์ประเทศในสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว (Disruption) การสร้างกำลังคนที่จบวุฒิปริญญาไม่ทันต่อความต้องการเร่งด่วนด้านการลงทุนของภาคอุตสาหกรรม รวมถึงปัญหาเรื่องทักษะจากวุฒิการศึกษาที่ไม่ตอบสนองต่อความต้องการของสถานประกอบการ พร้อมทั้งสนับสนุนธนาคารหน่วยกิต

1.3 Brain Power : เป็นการพัฒนาพลังสมองของประเทศ ซึ่งครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายได้แก่ นักเรียนทุนในต่างประเทศ นักวิชาชีพไทยในต่างประเทศ และนักวิจัยขั้นแนวหน้าทั้งคนไทยและต่างประเทศมาใช้ประโยชน์ โดยมีมาตรการหรือระบบแรงจูงใจที่ดึงดูดคนเหล่านี้ให้มีการนำองค์ความรู้และงานวิจัยกลับมาช่วยพัฒนาประเทศ

2. การวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ : เน้นการสร้างองค์ความรู้จากงานวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier research/Research for the Future) ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จะเน้น 3 เรื่องหลักเป็น Master Plan ดังนี้

2.1 BCG (Bio-Circular-Green) Economy Model : โดยจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และให้เป็นหนึ่งใน Master Plan ของ อว. ในปี 2564 เนื่องจากในปีดังกล่าว รัฐบาลกำลังเตรียมจะประกาศให้เป็นปี BCG Economy ปีแห่งเศรษฐกิจยั่งยืน ขับเคลื่อนความมั่งคั่งทั่วไทย

2.2 Artificial Intelligence (AI) : การยกร่าง National AI Strategy, Sectoral Transform การใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพ Data digital platform

2.3 Earth-Space Technology

3. การสร้างและพัฒนานวัตกรรม : มุ่งใช้ RDI (Research-Driven Innovation) เป็นตัวขับเคลื่อนการสร้างนวัตกรรม โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จะเน้นการสร้างนวัตกรรม (Innovation) กับการ มุ่งเป้า (Target) ไปที่ SMEs Transformation นอกเหนือจากการส่งเสริม Start-ups และสร้าง Enabling Ecosystem สนับสนุน

 



นโยบายสถาบัน
          สถาบันฯ มีเป้าหมายในการพัฒนาศักยภาพเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน หรือ “เครื่องกำเนิดแสงสยาม” เพื่อสามารถดำเนินการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยให้บริการแสงซินโครตรอนแก่นักวิจัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง และ 7 วันต่อสัปดาห์ และยังคงพัฒนาศักยภาพการทำงานของเครื่องอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ปัจจุบันห้องปฏิบัติการแสงสยามมีระบบลำเลียงแสง 7 ระบบ ซึ่งมีการติดตั้งสถานีทดลอง 11 สถานี ทั้งที่เปิดให้บริการแล้ว อยู่ระหว่างการทดสอบใช้งาน และที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพื่อให้พร้อมต่อการขยายฐานการให้บริการสู่ภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมไทย ได้หลากหลายสาขาและตรงตามความต้องการของผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้นไป
ด้านการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากแสงซินโครตรอนทั้งในและต่างประเทศ ด้วยการจัดการอบรมสัมมนา ประชุมเชิงปฏิบัติการในระดับชาติ และระดับนานาชาติ โดยมุ่งหวังที่จะเสริมศักยภาพของผู้ใช้บริการในปัจจุบัน และสร้างกลุ่มผู้ใช้บริการรายใหม่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นสถาบันฯ ยังส่งเสริมการประชุมกลุ่มผู้ใช้บริการแสงซินโครตรอนในเทคนิคด้านต่าง ๆ เพื่อร่วมในการเสนอทิศทางการพัฒนา “เครื่องกำเนิดแสงสยาม” ให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้สูงสุด สามารถตอบโจทย์ของการพัฒนาประเทศได้อย่างแท้จริง และมุ่งเน้นให้เกิดความเข้มแข็งของกลุ่มผู้ใช้บริการแสงซินโครตรอนของไทย
          ด้านการพัฒนากำลังคนและสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ เกี่ยวข้องกับแสงซินโครตรอน โดยให้การสนับสนุนทุนระดับบัณฑิตศึกษาที่เกี่ยวกับแสงซินโครตรอนในทุกปี เพื่อสร้างกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ในอนาคต สถาบันฯ ได้จัดกิจกรรมค่ายซินโครตรอนอาเซียน โครงการอบรมครูฟิสิกส์ไทย โครงการคัดเลือกนักศึกษาและครูสอนฟิสิกส์ภาคฤดูร้อนเซิร์น เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าสัมผัสงานวิจัยแนวหน้าในประเทศชั้นนำ ทั้งยังเปิดให้นักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ และผู้สนใจได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการแสงสยามอย่างใกล้ชิด
ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ สถาบันฯ ทำบันทึกความร่วมมือกับห้องปฏิบัติการแสงซินโครตรอน ชั้นนำต่างประเทศ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ และเพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการให้บริการแสงซินโครตรอน และส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอนของนักวิจัยในภูมิภาคอาเซียน



วิสัยทัศน์

"เป็นที่หนึ่งในอาเซียนด้านแสงซินโครตรอน เพื่อสนับสนุนประเทศในการพัฒนาด้านอาหาร การเกษตรและอุตสาหกรรม เป็นเวลา 10 ปี"


พันธกิจ

1. วิจัยเกี่ยวกับแสงซินโครตรอน และการใช้ประโยชน์จากแสงซินโครตรอน
2. ให้บริการแสงซินโครตรอน และเทคโนโลยีด้านแสงซินโครตรอน
3. ส่งเสริมการถ่ายทอดและการเรียนรู้เทคโนโลยีด้านแสงซินโครตรอน


อำนาจและหน้าที่

เพื่อให้การดำเนินของสถาบันบรรลุวัตถุประสงค์ สถาบันมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

1. ถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครอง และมีทรัพยสิทธิต่างๆ

2. ก่อตั้งสิทธิ หรือทำนิติกรรมใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน

3. ทำความตกลงและร่วมมือกับองค์การหรือหน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศในกิจการที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสถาบัน

4. จัดให้มีและให้ทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของสถาบัน

5. เข้าร่วมทุนกับนิติบุคคลอื่นในกิจการที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของสถาบัน

6. กู้ยืมเงินเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสถาบัน

7. เรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน หรือค่าบริการในการดำเนินกิจการ

8. ดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นหรือต่อเนื่องให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสถาบัน หรือตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

** การเข้าร่วมทุนตามข้อ 5 หรือการกู้ยืมเงินตามข้อ 6 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด **


ยุทธศาสตร์

ยุทธศาสตร์ที่ 1: การวิจัยและพัฒนาด้านการใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอน

ยุทธศาสตร์ที่ 2: การวิจัยและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านแสงซินโครตรอน เพื่อนำไปสู่เทคโนโลยีที่สูงกว่า

ยุทธศาสตร์ที่ 3: การพัฒนาบุคลากรด้านแสงซินโครตรอน และเครื่องเร่งอนุภาค เพื่อเตรียมความพร้อมในการสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีที่สูงกว่า

ยุทธศาสตร์ที่ 4 : วิสัยทัศนาสถาบันฯ เพื่อการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาภาคการอุตสาหกรรมและประชาสังคมของประเทศด้วยแสงซินโครตรอน และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

 

เพื่อให้การดำเนินงานตามบทบาทภารกิจของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในการขับเคลื่อนงานด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ของประเทศ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เป็นไปในทิศทางที่ตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์ชาติ และในฐานะที่ เป็นเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติในแผนแม่บทที่ 23 : การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์) จึงได้มอบนโยบายและจุดเน้นการขับเคลื่อน อว. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ในวาระการประชุมผู้บริหาร อว. เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2563 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า สป.อว. เพื่อให้หน่วยงานในสังกัดได้ใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนและงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ดังนี้ นโยบายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 มีนโยบายให้ดำเนินงานต่อเนื่องจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เพื่อขับเคลื่อนบทบาทของ อว. ในการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในศตวรรษที่ 21 โดยจะพัฒนาการอุดมศึกษาควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ใน 3 ภารกิจหลักดังนี้ 1. การสร้างและพัฒนาคน • ภารกิจการสร้างและพัฒนาคนของ อว. จะสร้างบัณฑิตควบคู่ไปกับการสร้างกระบวนการการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-Long Learning) ทั้งในด้านขององค์ความรู้ (Knowledge) ทักษะ (Skills) และหลักคิดที่ถูกต้อง (Mindset) พร้อมเข้าสู่ศตวรรษที่ ๒๑ โดยการสร้างบัณฑิตที่มุ่งเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรม การเสริมสร้างทักษะความรู้ใหม่ที่พร้อมรับเทคโนโลยีทันสมัย ควบคู่ไปกับการสร้างกำลังคนระดับสูง (Brain Power ) ร่วมกับเครือข่ายระดับโลก 2. การวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ • ระบบงบประมาณด้านงานวิจัย เน้นให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ไปสู่การปฏิบัติ ตั้งแต่ระดับเศรษฐกิจฐานรากจนถึงระดับเศรษฐกิจขั้นก้าวหน้า โดยใช้ความเข้มแข็งของความหลากหลายทางชีวภาพและความหลากหลายทางวัฒนธรรมให้เกิดมูลค่าและคุณค่าสูงขึ้นในทุกระดับของกระบวนการพัฒนา

Go to top