Menu
   

003 20170619 090025

กลุ่มวิจัยด้านฟิล์มคาร์บอนเสมือนเพชร (Diamond-Like Carbon, DLC) จากประเทศญี่ปุ่น จับมือกับ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ประเทศไทย จัดประชุม “The 1st Colloquium Between DLC Research Group Japan and Synchrotron Light Research Institute (SLRI) Thailand”  

          กลุ่มวิจัยด้านฟิล์มคาร์บอนเสมือนเพชร (Diamond-Like Carbon, DLC) จากประเทศญี่ปุ่น จับมือกับ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ประเทศไทย จัดประชุม “The 1st Colloquium Between DLC Research Group Japan and Synchrotron Light Research Institute (SLRI) Thailand”  ณ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 19 -20 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา

          การประชุมนี้ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่มีกลุ่มนักวิจัยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน DLC จากประเทศญี่ปุ่น เข้ามาแนะนำและให้ความรู้เรื่องของ DLC โดยมุ่งหวังให้เกิดแลกเปลี่ยนความรู้และทำความรู้จักในเทคนิค DLC และเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน ระหว่างกลุ่มวิจัยจากประเทศญี่ปุ่น และนักวิทยาศาสตร์ของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน

          โดยตลอดการประชุมทั้ง 2 วัน มีผู้เชี่ยวชาญด้าน DLC จากประเทศญี่ปุ่น ให้เกียรติมาบรรยาย อาทิ

          1. ศาสตราจารย์ Hidetoshi Saitoh จาก Nagaoka University of Technology
          2. ศาสตราจารย์ Tsuneo Suzuki จาก Nagaoka University of Technology
          3. ศาสตราจารย์ Hiroki Akasaka จาก Tokyo Institute of Technology
          4. ศาสตราจารย์ Yasuhara Ohgoe จาก Tokyo Denki University
          5. ศาสตราจารย์ Masami Aono จาก National Defense Academy
          6. ดร. Tsuguyori Ohana จาก National Institute of Advanced Industrial Science and Technology
          7. ดร. Takako Nakmura จาก National Institute of Advanced Industrial Science and Technology
          8. คุณ Xiao Long Zhou จาก Nagaoka University of Technology

         ในโอกาสนี้ หลังจากเสร็จสิ้นการบรรยาย ได้มีการหารือร่วมกันระหว่าง กลุ่มวิจัยจากประเทศญี่ปุ่น และซินโครตรอนไทย ถึงแนวทางความร่วมมือด้านการวิจัย DLC ด้วยการประยุกต์ใช้แสงซินโครตรอน อันจะนำไปสู่ความร่วมมือด้านงานวิจัยและการแลกเปลี่ยนบุคคลากรในการวิจัยด้านนี้ระหว่างทั้ง 2 สถาบันฯ ต่อไปในอนาคต

 

         “Diamond-Like Carbon หรือ DLC เป็นฟิล์มคาร์บอนที่มีสมบัติเสมือนเพชร และมีคุณสมบัติโดดเด่น เช่น มีความต้านทานการกัดกร่อนสูง ต้านทานการเสียดสีสูง

มีความแข็งสูงและมีความเฉื่อยทางเคมี ปัจจุบันจึงได้รับความนิยมในการนำไปประยุกต์ใช้งานหลากหลายด้าน โดยเฉพาะงานในภาคอุตสาหกรรม อาทิ

อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเคลือบผิวด้านโลหะ อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ด้านอาหาร วัสดุทางการแพทย์ เป็นต้น”

 

Go to top