ซินโครตรอน รุกอุตสาหกรรมอาหาร ร่วมสร้าง Food Innopolis หวังดึงเอกชนร่วมลงทุน พัฒนาอาหารฟังก์ชั่น PDF พิมพ์ อีเมล

หองปฏบตการแสงสยาม resize1

         สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน สนองนโยบายรัฐ เดินหน้าขับเคลื่อนงานวิจัยด้านอาหาร ตอบโจทย์และแก้ปัญหาภาคอุตสาหกรรมแบบเบ็ดเสร็จ (Total Solution) ด้วยแสงซินโครตรอน รวมถึงพัฒนาอาหารฟังก์ชั่น วิเคราะห์ปริมาณและความสามารถในการออกฤทธิ์ทางชีวภาพในระดับเซลล์ ตลอดจนวิเคราะห์สิ่งปนเปื้อน จำพวก โลหะหนัก ยาฆ่าแมลง หรือจุลินทรีย์ก่อโรค เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาเครื่องมือตรวจวิเคราะห์ที่รวดเร็วและใช้ได้จริง นำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารแบบยั่งยืน

         ศ.น.ท.ดร.สราวฒ สจตจรศาสตราจารย์ นาวาอากาศโท ดร.สราวุฒิ สุจิตจร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน เปิดเผยว่า "สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานในกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จะช่วยขับเคลื่อนเมืองนวัตกรรมอาหารเพื่อตอบโจทย์แก่ภาคอุตสาหกรรม โดยบทบาทของสถาบันฯ จะเข้าไปมีส่วนร่วมทั้งในด้านการปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์อาหาร และการใช้แสงซินโครตรอนวิเคราะห์ฤทธิ์ของอาหารซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะใช้ช่วยยืนยันว่าอาหารที่รับประทานนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพจริง ด้วยคุณสมบัติพิเศษของแสงซินโครตรอนที่สามารถตรวจสอบโครงสร้างอาหารได้ในระดับโมเลกุล อีกทั้งยังสามารถวิเคราะห์ ตรวจสอบหาสารปนเปื้อน เช่น โลหะหนัก หรือยาฆ่าแมลงที่อยู่ในอาหารได้อีกด้วย

         ตัวอย่างผลงานวิจัยที่ผ่านมา อาทิ การหาสาเหตุของการเกิดจุดสีขาวบนเปลือกกุ้งแช่แข็งของบริษัท CPF ซึ่งเพิ่มมูลค่าการส่งออกได้ถึง 1,350 ล้านบาท/ปี ใน พ.ศ.2557 นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังได้ร่วมกับ บริษัทเบทาโกร ศึกษาคุณภาพเนื้อสุกรภายใต้เครื่องหมาย S-Pure จากสายพันธุ์ที่ต่างกัน เพื่อให้ผู้บริโภคได้บริโภคเนื้อสุกรที่มีรสชาติและคุณภาพสูง อีกทั้งสถาบันฯ ยังได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี วิเคราะห์และจำแนกความแตกต่างของสายพันธุ์ไก่ระหว่างไก่เนื้อโคราช ไก่ทางการค้าและไก่พื้นเมือง โดยพบอีกด้วยว่า ไก่เนื้อโคราชมีปริมาณไขมันและคาร์โบไฮเดรตต่ำ แต่ปริมาณโปรตีนสูงกว่าไก่ทั้งสองสายพันธุ์ ไม่เพียงเท่านี้ สถาบันฯ ยังได้ช่วยวิเคราะห์หาสาเหตุของการเปลี่ยนสีของน้ำสลัดใสเมื่อผ่านการเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้อง รวมไปถึงการวิเคราะห์หาองค์ประกอบของแป้งที่จะนำมาใช้ทอดกล้วยแขกสูตรเฉพาะ ที่มีความกรอบอร่อยเป็นพิเศษ เป็นต้น”

         นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังมีส่วนช่วยแก้ปัญหาให้แก่เกษตรกรปลูกมันสำปะหลัง โดยการศึกษาโครงสร้างและองค์ประกอบของกากมัน เพื่อหาวิธีให้สามารถแยกแป้งมันมาใช้ผลิตได้สูงสุด และยังสามารถนำกากมันไปทำเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้อีก เช่น ไฟเบอร์คุณภาพสูงสำหรับใช้เป็นอาหารลดน้ำหนัก สารเคลือบกลิ่นและรสเพื่อให้คงกลิ่นและรสชาติเดิมแม้โดยความร้อนสูงในกระบวนการแปรรูปต่างๆ เป็นต้น

         จะเห็นได้ว่า แสงซินโครตรอน เป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหา วิเคราะห์สาเหตุ รวมถึงพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารเพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการวิจัย ดึงดูดบริษัทชั้นนำของโลกเข้ามาลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศไทย  ด้วยความพร้อมของสถาบันฯ ทั้งทางด้านเครื่องมือวิจัยขั้นสูง และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน สถาบันฯ มีความยินดีที่จะเป็นส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเมืองนวัตกรรมอาหารเพื่อนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมด้านอาหารอย่างยั่งยืน

 

ผู้ประสานงาน น.ส.ศศิพันธุ์ ไตรทาน, น.ส.กุลธิดา พิทยาภรณ์
เบอร์โทรศัพท์ 0-4421-7040 ต่อ 1251-2 โทรสาร 0-4421-7047
อีเมลล์: sasipun@slri.or.th, kultida@slri.or.th, pr@slri.or.th

 
ipv6 ready WCAG 2.0 (Level AA) rss slri