Menu
   
10year 8
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานหนึ่งทศวรรษสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) . . เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การมหาชน เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2551 ซึ่งเป็นองค์การมหาชนภายใต้การกำกับของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมานับตั้งแต่สถาบันได้รับสถานภาพเป็นองค์การมหาชน สถาบันสามารถพัฒนาระบบลำเลียงแสงขึ้นใช้เอง จนปัจจุบันห้องปฏิบัติการแสงสยามมีระบบลำเลียงแสง 10 ระบบ 12 สถานีทดลอง เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนปฏิบัติงานเต็มขีดความสามารถด้วยระดับพลังงาน 1.2 กิกะอิเล็กตรอนโวลท์ สามารถผลิตแสงซินโครตรอนเพื่อใช้ประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ ครอบคลุมแสงอินฟราเรดจนถึงรังสีเอกซ์พลังงานสูง การเดินเครื่องกำเนิดแสงมีความมั่นคงปลอดภัยทางรังสีตามกรอบที่กฎหมายกำหนดและได้มาตรฐานสากล สถาบันมีความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ 32 หน่วยงาน เอกชนไทย 11 หน่วยงาน และหน่วยงานต่างประเทศ 24 หน่วยงาน ถือได้ว่าเป็นต้นแบบที่ดีของการวิจัยและบริการวิทยาศาสตร์ขั้นสูง ผลิตผลงานวิชาการในรูปแบบบทความวิจัยตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติมากกว่า 650 บทความ ปฏิบัติงานวิจัยและบริการตอบโจทย์อุตสาหกรรมก่อเกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาสูงถึง 7,700 ล้านบาท และช่วยให้การจัดวางตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ของประเทศด้านวิทยาการและเทคโนโลยีซินโครตรอน เป็นอันดับหนึ่งของอาเซียนมาโดยตลอด อีกทั้งยังอยู่เบื้องหลังการเติบโตและเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจ SME มากกว่า 50 แห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจประเภทโลหะ เซรามิคและวัสดุก่อสร้าง พอลิเมอร์ รวมถึงอาหารและยา โดยประโยชน์หลักจากแสงซินโครตรอนนั้นใช้เพื่อการวิเคราะห์วิจัยเชิงลึกทางวิทยาศาสตร์ของวัตถุต่างๆ ในระดับอะตอมและโมเลกุล ซึ่งสามารถทดสอบได้ทั้งวัตถุที่มีสถานะเป็นของแข็ง ของเหลว และก๊าซ เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนจึงถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ และเป็นดัชนีชี้วัดถึงความเจริญทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีของประเทศ นอกจากนี้สถาบันยังมีส่วนสำคัญในการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านหลักสูตรระยะสั้นต่าง ๆ ที่ได้รับการยอมรับในภูมิภาค ได้แก่ ASEAN Science Camp, ASEAN School of Synchrotron และ CERN-SLRI School of Accelerator ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานเข็มพระนามาภิไธย “ส.ธ.” ให้กับนักวิทยาศาสตร์ จำนวน 2 ราย และทรงพระราชทานเครื่องแสดงผลอักษรเบรลล์ สำหรับผู้พิการทางสายตา จำนวน 200 เครื่อง ให้แก่โรงเรียนการศึกษาคนตาบอดในมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสฉลองพระชนมายุ 60 พรรษา เครื่องแสดงผลอักษรเบรลล์ 20 เซลล์ดังกล่าวเป็นผลงานนวัตกรรมของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน และยังทรงรับฟังบรรยายเรื่องการใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอนกับงานทางโบราณคดี โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวเบลเยียม ศาสตราจารย์ โคเอ็น แยนเซ็นส์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยแอนท์เวิร์ป ราชอาณาจักรเบลเยียม ซึ่งมีความเชี่ยวชาญพิเศษด้านเอกซเรย์ซินโครตรอน และการใช้ปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์แปลผลข้อมูลการทดลอง มีประสบการณ์การใช้เทคนิคทางวิทยาศาสตร์เหล่านี้อย่างกว้างขวาง กับงานศึกษาวิจัยโลหะหนัก การปนเปื้อนของวัสดุอุตสาหกรรมลงในธรรมชาติ วัสดุทางศิลปวัฒนธรรมและโบราณคดี เช่น การศึกษารงควัตถุและแก้วโบราณ ท่านมีผลงานประพันธ์ทั้งตำรา หนังสือ และบทความวิจัยมากกว่า 270 รายการ ซึ่งได้รับการอ้างอิงรวมมากกว่า 6,000 ครั้ง อีกทั้งยังทรงรับฟังการบรรยายเรื่อง งานวิจัยกระจกเกรียบโบราณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม จาก ดร.วันทนา คล้ายสุบรรณ์ นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง 3 ประจำสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ดร.วันทนาฯ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีฟิสิกส์เกียรตินิยมอันดับ 1 จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทและเอกด้านฟิสิกส์ด้วยทุนรัฐบาลไทย จาก Virginia Polytechnic Institute and State University สหรัฐอเมริกา ได้รับรางวัลการวิจัยยอดเยี่ยม Tipsword Scholarship และ Jamie Dunn Award ดร.วันทนาฯ มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบเชิงแสงของระบบลำเลียงแสง และเทคนิคซินโครตรอนเอกซเรย์ มีผลงานวิจัยทางวัสดุที่กว้างขวางหลากหลาย เป็นผู้บุกเบิกงานวิจัยด้านศิลปวัฒนธรรมและโบราณคดีด้วยเทคนิคซินโครตรอนขึ้นในประเทศไทยและในอาเซียน และเป็นหัวหน้าคณะนักวิจัยผู้รับสนองงานพระราชดำริฯ เพื่อศึกษาวิจัยกระจกเกรียบวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พร้อมกันนี้ ทรงเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการผลงานวิจัยและการดำเนินงานของสถาบันที่ผ่านมา ประกอบไปด้วยโซนนิทรรศการพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระเทพรัตน์ การใช้ประโยชน์จากแสงซินโคร ตรอน การพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผลงานวิจัยทั้งจากภาครัฐและเอกชน การพัฒนาเทคนิควิศวกรรม และการพัฒนาเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนในอนาคต สถาบันยังคงตั้งมั่นที่จะพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านการพัฒนาขององค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในทุกกลุ่มธุรกิจ และมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรมเพื่อการวิจัยพัฒนาอุตสาหกรรมให้ทัดเทียมและเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียและระดับโลกต่อไป
Go to top